ลู่ทางของธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ในประเทศลาว

ประเทศลาว กำลังมีการพัฒนาในหลาย ๆ ด้าน ทั้งที่เป็นโครงการของรัฐ อย่างเช่น การสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” และการสร้างนิคมอุตสาหกรรมและเขตส่งเสริมการลงทุนต่าง ๆ จึงทำให้มีโครงการก่อสร้าง รวมทั้งการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นจำนวนมากตามมา สิ่งที่ได้พบอีกสิ่งหนึ่งเมื่อได้ไปสำรวจ นครหลวงเวียงจันทน์ คือ ไม่ค่อยมีร้านค้าที่จำหน่ายวัสดุก่อสร้างให้เห็น ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากผู้รับเหมานำสินค้าและวัสดุก่อสร้างจากเมืองไทยเข้าไปใช้ก่อสร้างโครงการในประเทศลาว ซึ่งแน่นอน ราคาวัสดุก่อสร้างรวมกับค่าขนส่งและภาษีต่าง ๆ ย่อมทำให้วัสดุก่อสร้างมีราคาสูงขึ้นไปอีก

เมื่อพิจารณาจาก GDP ภาคการก่อสร้างของประเทศลาว พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2553 ซึ่งมีแนว โน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สอดคล้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเติบโตเช่นเดียวกัน โดยมีมูลค่าถึง 6,296 ล้านบาท ในปี 2553 แม้ตัวเลขอาจดูไม่สูงนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย เนื่องจากความเจริญในประเทศลาวยังอยู่ในเฉพาะเมืองหลวง และประเทศลาวยังมีภูมิภาคที่ต้องการการพัฒนาอีกมาก แต่อย่างไรก็ตาม นโยบายต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งเส้นทาง East-West Economic Corridor, GMS และ AEC ล้วนแล้วแต่นำเอาความเจริญและการลงทุนต่าง ๆ เข้ามายังประเทศลาว เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่ทำให้ ภาคการก่อสร้างในประเทศลาว มีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยในประเทศลาว ในอดีตประเทศลาว ยังไม่มีโครงการบ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียมของเอกชน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายรองรับ มีเพียงโครงการบ้านจัดสรรของรัฐบาลไม่กี่โครงการ แต่ปัจจุบันเริ่มมีโครงการบ้านจัดสรร ที่พัฒนาโครงการโดยเอกชนลาว และให้ประชาชนลาวถือครองกรรมสิทธิ์ได้ เนื่องจากประเทศลาวยังไม่มีกรมที่ดิน ดังนั้นการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดินจึงต้องผ่านกระบวนการศาลทั้งหมด

เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างมีการเติบโต แน่นอนสิ่งที่ตามมาคือโอกาสสำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันการทำธุรกิจประเภทนี้ เป็นเพียงร้านขนาดเล็กขายสินค้าไม่หลากหลายมากนัก กระจายอยู่ในหลาย ๆ แห่งส่วนร้านขนาดใหญ่ที่สุดคือร้านสุวันนีก่อสร้าง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 60 ที่เหลือเป็นร้านขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งร้านสุวันนีมีโครงการจะขยายร้านให้มีขนาดใหญ่คล้ายกับโฮมโปรในประทศไทย โดยสินค้าที่จำหน่ายในร้านส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศไทยและจีน นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการในจังหวัดหนองคาย ที่ให้บริการขายวัสดุก่อสร้างและจัดส่งไปยังประเทศลาวด้วย สำหรับผู้ผลิตซีเมนต์ท้องถิ่นของประเทศลาว มีทั้งหมด 5 โรงงาน ได้แก่ ปูนซีเมนต์ วังเวียง, ปูนกระทิง, ปูนสิงห์, ปูนมังกร และ ปูนช้างคำ ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (Thai Trade Center) ณ เวียงจันทน์ ระบุว่า ปี 2554 ประเทศลาว สามารถผลิตปูนซีเมนต์ได้ ๑.๘ ล้านตันต่อปี

ที่มา : World Bank (ฐานข้อมูล CEIC, ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2555)
จะเห็นได้ว่า การเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศลาว เป็นโอกาสที่ดี สำหรับนักธุรกิจในการที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจร้านค้าวัสดุก่อสร้างในประเทศลาว ทั้งนี้ ข้อมูลจากผลการศึกษาทัศนคติของผู้บริโภคชาวลาวต่อแหล่งที่มาของสินค้าอุปโภคบริโภค โดยว่าที่ร้อยโทศรัณย์ อมาตยกุล ระบุว่า ชาวลาวมีทัศนคติต่อสินค้าไทย ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี (ดีกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ และที่นำเข้าจากจีน) และสามารถรับสื่อโฆษณาของประเทศไทยได้ จึงทำให้สินค้าไทยมีอิทธิพลในประเทศลาวมาก อย่างไรก็ดี การเข้าไปดำเนินธุรกิจในลักษณะนี้ สิ่งที่น่าจะเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขัน น่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านราคา เนื่องจากคู่แข่งขายสินค้าในราคาค่อนข้างสูง เพราะไม่มีคู่แข่งรายอื่นมากนัก นอกจากนี้ควรวางแผนเรื่องของสินค้าคงคลังและโควตาการนำเข้าให้รัดกุม เนื่องจากอาจประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าสินค้าได้ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการในบางช่วง หากผู้ประกอบการคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ย่อมช่วยให้ผู้ประกอบการได้เปรียบทางการแข่งขันได้

คณะนักวิจัย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจอีสาน ขอขอบคุณ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (Thai Trade Center) ณ นครหลวงเวียงจันทร์, ผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมายและภาษี บริษัท ไพรซ์ วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (ลาว) จำกัด สำนักงานเวียงจันทร์ และ Assoc. Prof. Phouphet Kyophilavong, Ph.D. รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ที่กรุณาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษาครั้งนี้ด้วย


Powered by ออกแบบเว็บไซต์.net | Designed by: theme for wordpress | Thanks to Tim McGraw Tour, Körkortsteori and Wicked Fort Lauderdale